ผู้ตรวจการแผ่นดิน

         เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2561 ณ จังหวัดยะลา พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดยะลาเพื่อประชุมหารือร่วมกับ พลเอก เกื้อกูล อินนาจักร์ รองผอ.รมน.ภาค 4 สน. พล.ต.ต.นิตินัย หลังยาหน่าย รองผบ.กกล.ตร.จชต. ตำรวจภูธรภาค 9 นายกิตติ สุระคำแหง ศอ.บต.สน. และผู้แทนจากหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา เพื่อหาแนวทางเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แนวทางการช่วยเหลือด้านสิทธิของประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา แม้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นและมีผู้เห็นต่างเข้ามอบตัวกับทางการ แต่ก็ยังพบว่า การก่อเหตุร้ายในพื้นที่ยังเกิดขึ้น และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมไปถึงสถานที่ราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐอีกด้วย ส่งผลให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในพื้นที่ยังมีความกังวล ในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
       ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเรื่องเรียนพบว่า มีกรณีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ จำนวน 19 เรื่อง และกรณีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ จำนวน 79 เรื่อง ดังนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้เร่งดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยได้กำหนดกรอบการพิจาณาและมาตรการการแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในหลายประเด็น ได้แก่ ประเด็นด้านการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อให้มียุทโธปกรณ์อย่างพอเพียงในการรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันการสูญเสียของเจ้าหน้าที่รัฐ ประเด็นด้านสิทธิและการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงประเด็นการรักษาสิทธิของผู้ต้องหาในการดำเนินคดีเกี่ยวกับความมั่นคง พร้อมกันนี้ในช่วงบ่าย ผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียนโกตาบารู อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบด้านการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดยะลา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่คณะครูและนักเรียน ทั้งยังได้มอบอุปกรณ์กีฬาเพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างพลานามัยที่ดีให้แก่เด็กนักเรียนซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญที่เข้มแข็งในการพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไป