การติดตามการปฏิบัติตามผลการวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน

        เรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน และหน่วยงานได้รายงานผลการดำเนินการ มีดังนี้
ตัวอย่างที่ ๑ บริษัท ขนส่ง จำกัด ไม่ชำระหนี้ค่าน้ำมันที่ค้างอยู่ให้กับนิติบุคคลเอกชน
สรุปประเด็น ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. (ผู้ร้องเรียน) ได้ติดต่อค้าขายน้ำมันกับบริษัท ขนส่ง จำกัด มานานร่วม ๒๐ ปี ได้รับความช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยดีมาโดยตลอด ต่อมา บริษัท ขนส่ง จำกัด ได้มีคำสั่งให้รถในสังกัดมาเติมน้ำมันที่สถานีบริการของห้างหุ้นส้วนจำกัด ก. จนเกิดหนี้ค้างชำระ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ – ๒๕๔๑ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๕,๓๐๔,๐๐๔.๗๐ บาท ต่อมา ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. ได้เรียกเก็บเงินจำนวนดังกล่าวเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๔๙ เพราะเพิ่งตรวจทราบ ทางบริษัท ขนส่ง จำกัด ก็ได้รับเรื่องไว้พิจารณา ในที่สุดเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๙ บริษัท ขนส่ง จำกัด แจ้งว่าได้ค้างชำระค่าน้ำมันจริง แต่สิทธิเรียกร้องของห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. ขาดอายุความแล้ว จึงไม่อาจชำระหนี้ดังกล่าวได้ แต่ทางห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. เห็นว่าการซื้อน้ำมันตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ – ๒๕๔๑ เป็นการซื้อแบบต่อเนื่องทุกวันมาจนถึงปี ๒๕๔๔ และห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. ก็ได้เรียกเก็บค่าน้ำมันของปี ๒๕๔๒-๒๕๔๔ เป็นเงิน ๑.๘ ล้านบาทเศษ ซึ่งบริษัท ขนส่ง จำกัด ก็ได้ชำระให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. ดังนั้น การที่สิทธิเรียกร้องจะหมดลงหรือไม่ก็ตาม การที่บริษัท ขนส่ง จำกัด ยอมชำระค่าน้ำมันของปี พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๔๔ ย่อมทำให้อายุความสะดุดหยุดลงและนับอายุความใหม่เป็นเวลา ๑๐ ปี มิใช่ ๒ ปี ดังที่บริษัทฯ แจ้งให้ทราบ กรณีนี้ถือว่ามีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว ย่อมทำให้อายุความนับต่อไปอีก ๑๐ ปี ทั้งนี้ ห้างฯได้เรียกเก็บเงินที่ค้างชำระไปเมื่อปี ๒๕๔๕ แต่ทางบริษัท ขนส่ง จำกัด กลับใช้เวลากว่า ๔ ปีเศษในการพิจารณาจนมีมติเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๙ ปฏิเสธการชำระหนี้ด้วยการอ้างอายุความ

ผลการพิจารณา ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้มีหนังสือถึงปลัดกระทรงคมนาคม และรักษาการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด เชิญประชุมหารือในกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๐ ณ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผลการประชุม สรุปได้ว่า บริษัท ขนส่ง จำกัด ยอมรับในหนี้ที่เกิดขึ้นและพร้อมที่จะชำระเงินตามจำนวนที่ค้าง แต่ไม่มีช่องทางที่จะจ่ายได้ประกอบกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มีความเห็นโดยชัดแจ้งว่า หนี้ดังกล่าวขาดอายุความ หากบริษัทฯ จ่ายเงินจำนวนนี้ให้ไปก็ต้องมีปัญหาในการตรวจสอบบัญชีกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินในภายหลัง บริษัท ขนส่ง จำกัด จึงเสนอให้ห้างหุ้นส่วน ก. ไปฟ้องเป็นคดีต่อศาล เพื่อเป็นข้ออ้างให้บริษัท ขนส่ง จำกัด ชำระหนี้เงินนี้ โดยบริษัท ขนส่ง จำกัด รับว่าจะไม่ยกข้อต่อสู้ใดๆและยอมรับตามทางพิจารณาทุกประการ
        ต่อมาเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๐ รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวน ได้เดินทางไปศาลแพ่ง เพื่อเป็นพยานในคดีดังกล่าว โดยฝ่ายโจทก์ (ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก.) ได้อ้างพยาน คือ รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินว่าได้มีการไกล่เกลี่ยกันในเบื้องต้นแล้ว แต่ในชั้นพิจารณาของศาล ทางฝ่ายจำเลย (บริษัท ขนส่ง จำกัด) ได้ถามค้านพยานโจทก์ โดยยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความขึ้นตัดฟ้องโจทก์เป็นประเด็นว่าหนี้ค่าน้ำมันที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ – ๒๕๔๑ โจทก์ไม่ได้เรียกร้องจนทำให้หนี้ดังกล่าวขาดอายุความแล้ว ศาลแพ่งจึงได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ๕๗๔๖/๒๕๕๐ ว่าบริษัท ขนส่ง จำกัด เป็นหนี้ค่าน้ำมันอยู่กับห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. จำนวน ๕,๓๐๔,๐๐๔.๗๐ บาท จริง แต่ใช้สิทธิเรียกร้องเกินกำหนด คดีจึงขาดอายุความ ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง
        ต่อมาเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เชิญประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการประชุม ฝ่ายบริษัท ขนส่ง จำกัด เห็นว่า เอกสารที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. นำมายื่นเพื่อขอรับชำระหนี้นั้นเป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นใหม่ ไม่น่าจะเพียงพอและเป็นหลักประกันได้ว่ามีการจ่ายน้ำมันจำนวนดังกล่าวจริง ประกอบกับนายสถานีที่รับผิดชอบก็เกษียณหรือลาออกไปแล้ว และไม่มีผู้ใดกล้ายืนยันว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินเองเห็นว่า หากหาเอกสารไม่ได้ บริษัท ขนส่ง จำกัด อาจคำนวณโดยเอาเที่ยววิ่งในแต่ละปีมาเฉลี่ยก็ได้ เพราะถึงอย่างไร ทางบริษัท ขนส่ง จำกัด ก็ต้องเติมน้ำมันอยู่ดี มิเช่นนั้นก็คงเดินรถไม่ได้         ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีหนังสือถึงผู้จัดการใหญ่บริษัท ขนส่ง จำกัด และผู้ร้องเรียน อีกครั้ง เพื่อเชิญประชุมหารือในเรื่องร้องเรียนกรณีนี้ ในวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ ณ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในคราวประชุม จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ผู้ตรวจการแผ่นดินมีความเห็นว่าให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. หาเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับงบดุลประจำปี และแบบภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด. ๕๐) มาเป็นหลักฐานเพื่อยืนยันถึงจำนวนหนี้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด ค้างชำระ และเมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. ได้เอกสารหลักฐานดังกล่าวแล้วให้นำไปยื่นต่อบริษัท ขนส่ง จำกัด เพื่อพิจารณาตรวจสอบยอดเงินที่ค้างชำระให้ได้ข้อยุติ         สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีหนังสือถึงผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด ลงวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เสนอแนะให้บริษัท ขนส่ง จำกัด ในฐานะที่เป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจที่ประกอบธุรกิจบนพื้นฐานการดำเนินงานที่ดี ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องเรียน เพื่อรักษาภาพลักษณ์และภาพพจน์ขององค์กร ไม่ควรยกเงื่อนไขเรื่องอายุความขึ้นเป็นข้ออ้างในการไม่ชำระหนี้ให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. ทั้งที่เป็นหนี้อยู่จริง ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงวินิจฉัยให้บริษัท ขนส่ง จำกัด ชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องเรียน เป็นจำนวนเงิน ๕,๒๔๕,๗๒๘.๕๓ บาท การดำเนินการตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน         ในเวลาต่อมา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ประสานไปยัง บริษัท ขนส่ง จำกัด เพื่อขอทราบความคืบหน้าในการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ได้รับทราบข้อเท็จจริงว่า บริษัท ขนส่ง จำกัด ได้หารือไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สรุปได้ว่า บริษัทขนส่ง จำกัด ไม่สามารถดำเนินการตามผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอแนะได้ เพราะผู้ดำเนินการให้สั่งจ่ายเงินค่าน้ำมันดังกล่าวจะต้องรับผิดตามกฎหมาย ทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว เห็นว่า หากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไม่ปฏิบัติตามความเห็นหรือข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินในเวลาอันสมควร ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจส่งเรื่องดังกล่าวไปยังนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ควบคุมหรือกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจนั้น ฉะนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้มีหนังสือลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒ แจ้งผลการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนนี้ไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการตามควรแก่กรณี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ร้องเรียนต่อไป