เปิดร่างแก้รธน.ฉบับ "นปช." ยุบสภาไม่กระทบ ส.ส.ร.

        นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะไปยื่นหนังสือและรายชื่อประชาชนต่อประธานรัฐสภาในการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ในวันที่ 9 ก.พ.นี้ เวลา 11.00 น.
        สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 291 ฉบับของ นปช. มีหลักการและเหตุผลตอนหนึ่งระบุว่า รัฐธรรมนูญ 2550 ไม่นับเป็นประชาธิปไตยทั้งที่มาเนื้อหาและกระบวนการ เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืนจึงมีความจำเป็นในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงโดยประชาชนขึ้น
        ทั้งนี้ทำให้มีคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง โดยคำนึงถึงสัดส่วนจำนวนประชาชนในแต่ละจังหวัด เพื่อให้ได้องค์กรในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อความชอบธรรมของกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญให้ได้รับการยอมรับจากประชาชนทุกภาคส่วน และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดเนื้อหาและอนุมัติรัฐธรรมนูญ โดยการออกเสียงประชามติเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญของราษฎรไทยอย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้
        ทั้งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มี 25 มาตรา ใจความของมาตราสำคัญๆ นั้น มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ข้อความดังต่อไปนี้แทน มาตรา 291 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ 1) ให้มี ส.ส.ร.จำนวน 100 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทั่วประเทศ ทำหน้าที่ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อบังคับใช้แทนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 โดยรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ
        ส่วนเกณฑ์การคิดจำนวนราษฎรต่อ ส.ส.ร.1 คนนั้น ให้คำนวณจากจำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่จะมีการเลือกตั้งเฉลี่ยด้วยจำนวน ส.ส.ร.100 คน โดยจังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์ให้มี ส.ส.ร.1 คน จังหวัดใดมีราษฎรเกินเกณฑ์จำนวน ส.ส.ร.1 คน ให้มี ส.ส.ร.เพิ่มขึ้น 1 คน ทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์ ส.ส.ร.1 คน
        มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/1 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ร. 1) มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด 2) อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง 3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่รับสมัครเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งหรือเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง
        มาตรา 6 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/3 ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ภายใน 90 วันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 7 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/4 ให้ กกต.มีหน้าที่ในการจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ที่สุจริต เที่ยงธรรมและโปร่งใส
        มาตรา 8 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/5 ให้นำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.มาบังคับใช้กับการเลือกตั้ง ส.ส.ร.โดยอนุโลม มาตรา 13 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/10 ส.ส.ร.จะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 240 วันนับแต่วันที่ ส.ส.ร.ครบจำนวน
        มาตรา 14 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/11 การที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือมีการยุบสภาไม่เป็นเหตุกระทบกระเทือนการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.ร. ส่วนมาตรา 15 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/12 ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ส.ส.ร. ต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ
        มาตรา 16 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/13 ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจะกระทำมิได้ ในกรณีที่รัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะตามวรรคหนึ่งให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันตกไป
        มาตรา 17 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/14 (วรรคสี่) ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้ ส.ส.ร.แต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วย ส.ส.ร. ที่ได้รับการคัดเลือกตามมติของสภาจำนวน 25 คน มาตรา 18 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/15 เมื่อ ส.ส.ร.ได้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้วให้นำไปลงประชามติโดย กกต.ต้องจัดให้มีการลงประชามติภายใน 60 วันนับแต่สภาร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จสิ้นลงโดยสมบูรณ์และได้นำร่างดังกล่าวส่งมอบให้ กกต.
        มาตรา 20 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/17 การลงประชามติจะต้องมีประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงมาใช้สิทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมดจึงจะนับได้ว่าการลงคะแนนประชามติเป็นผลใช้ได้และจะต้องได้รับคะแนนเสียงรับรองไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของผู้มาลงคะแนนเสียงทั้งหมดจึงจะนับได้ว่าได้รับการรับรอง ในการลงประชามติถ้าเสียงข้างมากไม่เห็นชอบด้วยร่างรัฐธรรมนูญนั้นหรือมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติเป็นจำนวนไม่ถึงร้อยละ 50 ของจำนวนประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป
        มาตรา 21 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/18 เมื่อประชาชนลงประชามติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแล้วให้ประธานรัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายและให้นำบทบัญญัติมาตรา 150 และมาตรา 151 มาบังคับใช้โดยอนุโลมและให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการ
        มาตรา 23 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/19 ถ้าร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นตามมาตรานี้ตกไป ครม.หรือ ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีสิทธิเสนอญัตติต่อรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภามีมติให้การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามความในมาตรานี้อีกได้
        การออกเสียงลงคะแนนให้ความเห็นชอบของรัฐสภาให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ เมื่อรัฐสภามีมติอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งอีกไม่ได้ เว้นแต่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่
        มาตรา 24 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/20 ห้ามมิให้ ส.ส.ร.ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือตำแหน่งใดๆ ในองค์กรตามรัฐธรรมนูญเป็นเวลาอย่างน้อยสามปีนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ
        มาตรา 25 ในวาระเริ่มแรกให้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการรับสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ร.ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ และให้ดำเนินการตามมาตรา 291/3.... ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ
        ที่มา: - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th) Thursday, February 09, 2012 06:08