ผู้ตรวจการแผ่นดิน

        พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายกมลธรรม วาสบุญมา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสิริน ชาวเพ็ชรดี ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 2 และคณะ ลงพื้นที่ติดตาม ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวขอนแก่น หลังผู้ตรวจการแผ่นดินเคยเสนอแนะมาตรการระยะสั้น เร่งบรรเทาผลกระทบในการเดินทางเหตุจากการย้ายสถานีขนส่งผู้โดยสารขอนแก่นออกนอกเมือง พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า จากที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 เกี่ยวกับกรณีจังหวัดขอนแก่นและสำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่นย้ายสถานีขนส่งผู้โดยสารหลัก จากแห่งที่ 1 และ 2 ซึ่งอยู่ในตัวเมืองขอนแก่น ให้ไปใช้บริการที่สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 230 (เลี่ยงเมืองขอนแก่น) ห่างจากตัวเมืองประมาณ 9 กิโลเมตร โดยกำหนดให้รถโดยสารประจำทางเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 เพียงแห่งเดียว ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนที่ต้องอาศัยรถโดยสารประจำทางเดินทางเข้ามาในตัวเมืองกว่า 20,000 คนต่อวัน สร้างภาระขั้นตอนและเสียค่าใช้จ่ายในการต่อรถ รวมทั้งต้องเสียเวลาในการเดินทางเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ผู้มาติดต่อราชการ พ่อค้าแม่ค้า ผู้มารับบริการทางการแพทย์ ตลอดจนผู้ประกอบการร้านค้ารอบสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 ล้วนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการมาตรการระยะสั้น ดังนี้ 1) ให้อบจ.ขอนแก่นและแขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 1 ทำศาลาที่พักผู้โดยสารให้มีความปลอดภัย มั่นคง เพียงพอ เพื่อรองรับผู้โดยสารที่รอขึ้นและลงรถโดยสารประจำทาง โดยให้คำนึงถึงตำแหน่งที่เหมาะสมจากระยะไฟสัญญาณจราจร 2) ให้แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 1 เทศบาลนครขอนแก่นทำจุดจอดรถโดยสารประจำทางเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่เดินทางบนถนนมิตรภาพ สามารถขึ้นและลงโดยสารประจำทางได้เพิ่มมากขึ้น โดยอาจทำทางเว้าให้รถเข้าจอดได้ หรือทำที่จอดให้มีความยาวเพิ่มมากขึ้น 3) หากมีการเพิ่มจุดจอดรถโดยสารมากขึ้น ให้ตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นพิจารณาหาแนวทางในการจัดระบบการจราจรเพื่อความสะดวกปลอดภัยและคล่องตัวจากการจราจรติดขัดบริเวณแยกสามเหลี่ยม และถนนประชาสโมสรโดยตลอด 4) กรณีจะให้สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 เป็นตลาด ให้เทศบาลนครขอนแก่นหารือกับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำตลาดต่อไป 5) ให้สำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่นพิจารณาจัดหารถรับส่งผู้โดยสาร (รถซิตี้บัส) จากสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 เพื่อที่จะเข้าเมืองให้เพียงพอกับผู้ใช้บริการ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่ช่วยกันเร่งดำเนินการเป็นอย่างดี พลเอก วิทวัส กล่าวต่อว่า ในวันนี้ ได้หารือติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกับนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ผู้แทนจากสำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 1 สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ขอนแก่น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดขอนแก่น ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และประชาชนที่เดือดร้อน พร้อมกับลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 และแห่งที่ 3 ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อพิจารณาประเมิน แนวทางการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการอย่างครอบคลุมเหมาะสมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนชาวขอนแก่นอย่างแท้จริง ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ได้เพิ่มเติมจะนำกลับไปทบทวนหาข้อยุติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาต่อไปด้วย ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ดังนี้ 1) ขอให้สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ขอนแก่นเสนอแผนปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 ที่จะทำเป็นสตรีทฟู้ด และแห่งที่ 2 จะทำเป็นพิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้ของจังหวัดขอนแก่น ภายใน 30 วัน 2) ให้ขนส่งจังหวัดขอนแก่นประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ลงรถที่สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 เข้าเมืองได้สะดวกและปลอดภัยที่สุด เช่น การกำหนดจุดจอด โดยเฉพาะบริเวณแยกสามเหลี่ยม การจัดจราจร การข้ามถนน เป็นต้น ภายใน 30 วัน 3) ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงทางเข้า - ออก สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 โดยให้ติดป้ายแสดงให้เห็นว่าเป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 ให้ชัดเจน ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน และปรับปรุงไฟส่องทางจากปากทางเข้าสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 ให้สว่างเพียงพอเพื่อเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ 4) เมื่อดำเนินการตามข้างต้นแล้ว ก็จะแนะนำให้ผู้ฟ้องคดีถอนอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดต่อไป จากนั้นจะเสนอให้รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมยกเลิกการใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 และ 2