เรื่องร้องเรียนกรณีการละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องเรียน

        ตัวอย่างที่ ๔ เจ้าหน้าที่ตำรวจละเลยไม่ติดตามจับกุมตัวคนร้ายตามหมายจับ
สรุปประเด็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ติดตามจับกุมตัวคนร้าย ที่ก่อคดีฆ่าคนตายมาดำเนินคดี ทั้งที่ได้ออกหมายจับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗
ผลการพิจารณา ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับการชี้แจงข้อเท็จจริงจากการสอบสวนคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธร ต. สรุปได้ว่า เมื่อเวลาประมาณ ๒๓.๕๐ น. ของวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๔๗ มีผู้แจ้งเหตุคนถูกทำร้ายถึงแก่ความตาย บริเวณสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร ต. จึงได้เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ พบศพ นาย ส. (พี่ชายของผู้ร้องเรียน) นอนเสียชีวิตอยู่ จากการสอบสวนทราบว่า นาย ส. ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาเติมน้ำมัน หลังจากนั้นได้มีชายสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์นั่งซ้อนท้ายกัน ไล่ติดตามผู้ตายมา โดยชายคนที่นั่งซ้อนท้ายได้ลงมาชกต่อยผู้ตาย และชายอีกคนหนึ่ง(ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์) ได้ใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายหลายแผลจนถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ โดยมีพยานเห็นเหตุการณ์ และสามารถจดจำลักษณะและหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ของคนร้ายได้ พนักงานสอบสวนจึงได้ทำแผนที่ที่เกิดเหตุ และร่วมกับแพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพไว้แล้ว และรับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญา จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่ก่อเหตุ คือ นาย ก. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำภาพถ่ายของคนร้ายไปให้พยานที่เห็นเหตุการณ์ดู ซึ่งพยานยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุจริง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี จึงได้ขออนุมัติหมายจับ นาย ก. ต่อศาล และศาลได้อนุมัติหมายจับตามที่ร้องขอ เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๔๗ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำหมายจับไปเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว กระทั่งปัจจุบันยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษได้ ต่อมา ผู้ร้องเรียน ซึ่งเป็นน้องชายของผู้ตาย เห็นว่าคดีไม่มีความคืบหน้า และมีผู้พบเห็นคนร้ายกลับมาที่บ้านพักอยู่บ่อยครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมติดตามจับกุมตัว จึงร้องเรียนมายังผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
        ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนเพิ่มเติม โดยได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ร้องเรียน และได้ตรวจสอบข้อมูลของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ พบว่า ตามที่ผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างมาในเรื่องร้องเรียนนั้นเป็นความจริง และได้ลงพื้นที่และประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อประสานงานในการติดตามตัวผู้ต้องหา กระทั่งทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปรับจ้างกรีดยางอยู่ในพื้นที่อีกจังหวัดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อผู้ใหญ่บ้านที่ดูแลพื้นที่ที่ผู้ต้องหาหลบหนีคดีอยู่มารับทราบว่าลูกบ้านมีหมายจับคดีฆ่าคนตาย และมอบหมายจับ พร้อมรูปถ่าย หากพบตัวผู้ต้องหา จะได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบต่อไป
        นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้เดินทางไปพบภรรยาของผู้เสียชีวิต เพื่ออธิบายขั้นตอนและแนวทางในการติดตามตัวผู้ต้องหา รวมทั้งรายละเอียดการปฏิบัติที่ทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ดำเนินการไปทั้งหมดซึ่งผู้ร้องเรียนและภรรยาของผู้เสียชีวิตพึงพอใจในการดำเนินการของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประกอบกับได้ทราบว่า คดีดังกล่าวมีอายุความถึง ๒๐ ปี และเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบสำนวนจะได้ติดตามคดีอย่างใกล้ชิดจึงได้ขอถอนเรื่องร้องเรียนออกไป
        สำหรับแนวทางในการติดตามตัวคนร้ายต่อไป นั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้
        ๑. ขอให้ตำรวจภูธรภาค โดยศูนย์สืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค ประสานงานกับตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลที่ยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ ภายในอายุความต่อไป
        ๒. ขอให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม ประสานงานกับตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดที่ยังหลบหนีอยู่ภายในอายุความ และรายงานผลความคืบหน้าของคดีดังกล่าวให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทราบ ต่อไป