เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ

        ตัวอย่างที่ ๑ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมตามประมวลจริยธรรม
สรุปประเด็น ผู้ร้องเรียนขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริง กรณีพนักงานอัยการ ปฏิบัติหรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด และเป็นการขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๐ และมาตรา ๒๗๙ ผลการพิจารณา ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียน เอกสารหลักฐานและคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ดังนี้
        ๑. ผู้ร้องเรียนได้ร้องเรียนว่า พนักงานอัยการดำเนินการตรวจสำนวนคดีโดยไม่แถลงขออนุญาตจากศาล อันถือเป็นการละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑(๔) และได้ซักค้านโจทก์(ผู้ร้องเรียน) โดยกล่าวหาและต่อว่าโจทก์โดยใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ทั้งระบุพยานเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ซึ่งไม่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๐ วรรคสอง (๒) และถือว่าเป็นการกระทำผิดทางวินัย ตามมาตรา ๒๗๙ วรรคสาม แห่งรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด ข้อ ๓๔
        ๒. ผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างว่า พนักงานอัยการแก้อุทธรณ์เพื่อช่วยเหลือจำเลย ซึ่งพนักงานอัยการ อ่านอุทธรณ์แล้ว ย่อมทราบว่าฝ่ายจำเลยเบิกความเท็จ อันเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจริยธรรม ข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๗ แห่งประมวลจริยธรรมข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด ถือว่าเป็นการกระทำผิดทางวินัย ตามมาตรา ๒๗๙ วรรคสาม และต้องถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา ๒๗๐ วรรคสอง (๒) แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
        ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้ว เห็นว่า กรณีที่มีการร้องเรียนนี้ ถ้าศาลเห็นว่าพฤติการณ์ใดที่คู่ความได้กระทำเป็นการละเมิดอำนาจของศาล เป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะที่จะลงโทษผู้ที่กระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้ เพราะความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นความผิดต่อศาล ส่วนกรณีการซักค้านนั้น เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาล ประกอบกับไม่มีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอว่าพนักงานอัยการ ได้กระทำการดังกล่าว อีกทั้ง พยานที่ระบุจะเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีหรือไม่ ก็เป็นอำนาจของศาลในอันที่จะวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสืบนั้นจะเกี่ยวกับประเด็นและเป็นอันเพียงพอให้ฟังเป็นยุติได้หรือไม่ แล้วพิพากษาคดีไปตามนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๐๔ และการแก้อุทธรณ์ของพนักงานอัยการ ซึ่งได้แก้อุทธรณ์ให้กับตัวความ เป็นการแก้อุทธรณ์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ได้มีคำพิพากษาไป ประกอบกับพระราชบัญญัติอัยการ พ.ศ.๒๔๙๘ มิได้บัญญัติกรณีที่ห้ามมิให้พนักงานอัยการอุทธรณ์คดีแต่อย่างใด ดังนั้น จึงยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าพนักงานอัยการ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด อันจะถือว่าเป็นการกระทำผิดทางวินัย ตามมาตรา ๒๗๙ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงวินิจฉัยให้ยุติการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าว