รับน้องมรณะ…

รับน้องมรณะ…

“คุณตำรวจครับ คดีลูกชายผมเป็นอย่างไรบ้างครับ ครอบครัวผมร้อนใจมากจริงๆ” ศักดิ์ชาย(นามสมมุติ) เจ้าของอู่ซ่อมรถที่เสียลูกชายคนเคียวของเขาไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถามด้วยสีหน้ากังวล “เราก็กำลังเร่งติดตามความคืบหน้าให้อยู่นะครับ… ฮาโหลๆ ได้ครับๆ จะไปเดี๋ยวนี้ !!” ตำรวจเจ้าของคดีตอบ
หลังจากรับโทรศัพท์แล้วผลุนผลันออกจากสถานีตำรวจไป พร้อมกับสายตาใกล้จะหมดหวังของศักดิ์ชาย(นามสมมุติ)ที่มองตามออกไป ในขณะที่ศักดิ์ชาย(นามสมมุติ)กำลังจะก้าวออกจากสถานีตำรวจ ก็ได้ยินเสียงโฆษณาในโทรทัศน์ “…หากได้รับความไม่เป็นธรรม ร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดิน…”
แล้วความล่าช้า คือ ความไม่เป็นธรรม ไหม? นั่น…เป็นสิ่งที่ศักดิ์ชาย(นามสมมุติ)คิด ศักดิ์ชาย(นามสมมุติ)จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนมายังผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ตรวจสอบการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในคดีการตายของลูกชายเขา หลังไปร่วมกิจกรรมรับน้องที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นไปอย่างล่าช้า หลังจากที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้สอบถามข้อเท็จจริงจากศักดิ์ชาย(นามสมมุติ) แล้วพบว่า ลูกชายของเขาได้เสียชีวิตในขณะที่ไปร่วมกิจกรรมรับน้องใหม่กับเพื่อนๆ โดยผลชันสูตรศพพบว่า เกิดจากการได้รับแอลกอฮอล์เกินขนาดเฉียบพลัน ทำให้ระบบทางเดินหายใจและระบบไหลเวียนล้มเหลว เขาจึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ถูกปฏิเสธที่จะรับเรื่องโดยอ้างว่า ไม่ได้อยู่ในท้องที่ที่เกิดเหตุทำให้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมายังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เร่งประสานเพื่อขอข้อเท็จจริงเพิ่มเติม พบว่า แม้การชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นแล้วถึง 2 ปีแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ผู้รับผิดชอบคดีก็ยังไม่ได้ทำความเห็นและส่งสำนวนคดีดังกล่าวตามระเบียบที่กำหนดเอาไว้จากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ระบุไว้ว่า หากเจ้าหน้าที่สงสัยว่า การตายเกิดจากการกระทำผิดทางอาญา จะต้องส่งสำนวนชันสูตรให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนในพื้นที่เพื่อหาสาเหตุการตาย แต่หากไม่สงสัย ก็ต้องส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการต่อ

ดังนั้น การปล่อยเวลาล่วงเลยมาถึงขนาดนี้โดยไม่ทำอะไรเลย จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องขณะเดียวกัน การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมรับแจ้งความนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าไม่สามารถทำได้ เพราะตามกฎหมายระบุว่าการแจ้งความในคดีอาญาสามารถทำที่ใดก็ได้
โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งในท้องที่ที่เกิดเหตุ ด้วยเหตุนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงมีหนังสือเพื่อเสนอแนะไปยังผู้บัญชาการตำรวจนครบาลว่า ควรสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีนี้ เร่งเสนอผลการชันสูตรให้พนักงานอัยการหรือผู้มีอำนาจ
ในการสอบสวนคดีนี้โดยเร็ว และให้รับคำร้องทุกข์ของศักดิ์ชาย(นามสมมุติ)เพื่อให้พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่มีการทำความผิด ทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังเสนอให้มีการเอาผิดทางด้านวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ ที่ละเลย ในการปฏิบัติหน้าที่ จากการตรวจสอบและประสานงาน ของผู้ตรวจการแผ่นดินในครั้งนี้ จึงทำให้กระบวนการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดเป็นไปอย่างรวดเร็ว และยังช่วยให้เกิดความยุติธรรมกับครอบครัวของศักดิ์ชาย(นามสมมุติ)อีกด้วย “โชคดีนะ ที่วันนั้นพ่อตัดสินใจร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่อย่างนั้น เราคงต้องรอ อย่างไม่รู้อนาคต ต่อไป
คนที่ทำผิดก็จะได้รับโทษเสียที ขอให้เหตุการณ์แบบนี้อย่าไปเกิดกับลูกหลานใครอีกเลย” ภรรยาของศักดิ์ชาย(นามสมมุติ)พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมจับมือให้กำลังใจสามี