ผู้ตรวจการแผ่นดินประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับที่ดินภายใต้โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่อำเภอพบพระ (โครงการ พพพ.) และโครงการจัดที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินคีรีราษฎร์อำเภอพบพระ (โครงการ จคพ.)

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 เวลา 14.00 น. – 16.30 น. นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยหม่อมหลวง ปุณฑริก สมิติ ที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน นางสาวรอยพิมพ์ ถีระวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญประจำผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสิริน ชาวเพ็ชรดี ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 3 นายวิรัตน์ สาคเรศ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวน 4 และคณะ ได้ประชุมร่วมกับอธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้แทน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติหรือผู้แทน เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือผู้แทน และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในระบบ Zoom Cloud meeting) ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดตาก แม่ทัพภาคที่ 3 หรือผู้แทน คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดตาก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มณฑลทหารบก ที่ 310 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตาก สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 (ตาก) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตาก สำนักงานที่ดินจังหวัดตาก อำเภอพบพระ องค์การบริหารส่วนตำบลคีรีราษฎร์ องค์การบริหารส่วนตำบลรวมไทยพัฒนา องค์การบริหารส่วนตำบลวาเลย์ องค์การบริหารส่วนตำบลช่องแคบ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เกี่ยวข้องกับที่ดินภายใต้โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่อำเภอพบพระ (โครงการ พพพ.) และโครงการจัดที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินคีรีราษฎร์อำเภอพบพระ (โครงการ จคพ.) ซึ่งดำเนินการโดยกองทัพภาคที่ 3 จากการขอใช้ประโยชน์ที่ดินจากกรมป่าไม้และนำมาจัดแปลงให้ประชาชนผู้ร้องเรียน และชาวบ้านตำบลคีรีราษฎร์ ตำบลรวมไทยพัฒนา ตำบลวาเลย์ และตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตากประมาณ 40,680 คน พื้นที่รวม 125,244 ไร่ 3 งาน ซึ่งสัญญาการขอใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวสิ้นสุดลง แต่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวแต่อย่างใด
จากการประชุมปรากฏว่า กองทัพภาคที่ 3 และกอ.รมน.ภาค 3 ได้มีหนังสือส่งคืนพื้นที่โครงการ พพพ. คืนแก่กรมป่าไม้แล้ว แต่ส่วนราชการที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขท้ายหนังสืออนุญาตยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากต้องเสนอของบประมาณในการดำเนินการ ที่ประชุมจึงมีมติให้ (1) จังหวัดตากพิจารณาดำเนินการในเรื่องที่สามารถดำเนินการไปพลางก่อน เพื่อให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน (2) กรมป่าไม้พิจารณาแนวทางการเสนอของบประมาณ (โครงการ/โครงการกรณีพิเศษ) ในปีงบประมาณ 2568 พร้อมทั้งจัดทำกรอบระยะเวลาดำเนินการ ซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณากรอบพื้นที่เป้าหมาย (คทช.หรือที่ดินประเภทอื่น) และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะติดตามความคืบหน้าการดำเนินการอย่างใกล้ชิดต่อไป