ผู้ตรวจการแผ่นดิน แนะรัฐจัดทำฐานข้อมูลออนไลน์ รับมือระงับเหตุฉุกเฉิน ย้ำเร่งถอดบทเรียนกรณีระเบิดและไฟไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟม จ.สมุทรปราการ ยกระดับมาตรการบริหารจัดการวัตถุอันตรายในโรงงานป้องกันเกิดเหตุซ้ำ

ผู้ตรวจการแผ่นดิน แนะรัฐจัดทำฐานข้อมูลออนไลน์ รับมือระงับเหตุฉุกเฉิน ย้ำเร่งถอดบทเรียนกรณีระเบิดและไฟไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟม จ.สมุทรปราการ ยกระดับมาตรการบริหารจัดการวัตถุอันตรายในโรงงานป้องกันเกิดเหตุซ้ำ

   วันที่ 9 กรกฎาคม 2564 –สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (สผผ.) //  รองศาสตราจารย์อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายวทัญญู ทิพยมณฑา  รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะ ประชุมผ่านระบบ Zoom ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถกแนวทางมาตรการระยะเร่งด่วนและมาตรการระยะยาวในการแก้ไขเยียวยาผลกระทบกรณีไฟไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟม ซอยกิ่งแก้ว แนะภาครัฐเร่งลงพื้นที่เชิงรุกอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบให้ทั่วถึง สำรวจและกำหนดมาตรการจำกัดปริมาณครอบครองวัตถุอันตราย พร้อมจัดทำฐานข้อมูลออนไลน์แสดงผังโรงงานและการจัดการวัตถุอันตราย เพื่อให้หน่วยงานเผชิญเหตุสามารถนำข้อมูลมาใช้ระงับเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที  ลดการเกิดความสูญเสียบุคลากรด่านหน้า ย้ำควรเร่งถอดบทเรียนอุบัติภัยดังกล่าวเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำในอนาคต

       รองศาสตราจารย์อิสสรีย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระเบิดและเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติกบริเวณซอยกิ่งแก้ว 21 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งโรงงานดังกล่าวเป็นสถานที่เก็บสารเคมีและวัตถุอันตราย ทำให้มีประชาชนได้รับผลกระทบทั้งทรัพย์สินเสียหายและบาดเจ็บเป็นวงกว้าง รวมทั้งส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เสี่ยงสารเคมีปนเปื้อน ผู้ตรวจการแผ่นดินเล็งเห็นความสำคัญของปัญหา จึงได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาแสวงหาข้อเท็จจริงพร้อมประชุมหารือ ร่วมกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการระยะเร่งด่วนในการแก้ไขเยียวยาผลกระทบในพื้นที่ และเร่งประชาสัมพันธ์ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งมาตรการระยะยาวในการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำอีก

    โดยวันนี้ได้ร่วมประชุมหารือผ่านระบบ Zoom กับนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยผู้แทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ กรมอนามัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สภาวิศวกร พบว่าหน่วยงานต่าง ๆ ได้บูรณาการความร่วมมือเพื่อให้ความช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเข้าควบคุม เพลิง ณ จุดเกิดเหตุ การจัดตั้งศูนย์รองรับผู้อพยพ การประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียงบริเวณ โรงงานในรัศมี 5 กิโลเมตร ออกจากพื้นที่และแจ้งแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันมลพิษจากสารเคมี การสนับสนุนสรรพกำลังและอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับควบคุมเพลิง การเฝ้าระวัง ณ จุดเกิดเหตุ และการควบคุมมลพิษ ตลอดจนการกำหนดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในระยะเร่งด่วน จนกระทั่งสามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงไว้ได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการสร้างความรับรู้และความมั่นใจ ให้กับผู้ได้รับผลกระทบและประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการดำเนินตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีข้อเสนอแนะ ต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1. มาตรการระยะเร่งด่วน 

     1.1  จังหวัดสมุทรปราการควรจัดทำชุดข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการของภาครัฐในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในเรื่องเอกสารราชการโดยหยิบยื่นบริการให้ผู้เดือดร้อนอย่างถึงตัวแบบเบ็ดเสร็จ เช่น การรับแจ้งทรัพย์สินหรือเอกสารราชการสูญหาย บริการทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวด้วยความทั่วถึง ชัดเจน เป็นระบบ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

     1.2 จังหวัดสมุทรปราการ ส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ควรประสานความร่วมมือกับสมาคมและองค์กรวิชาชีพ เช่น สภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฯลฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในกระบวนการขนย้ายและกำจัดวัตถุอันตราย การกำหนดมาตรการควบคุมมลพิษที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ รวมทั้งการสำรวจความเสียหายและตรวจสอบโครงสร้างของอาคารสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดและเพลิงไหม้ดังกล่าว ตลอดจนการให้คำแนะนำและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับแนวทางในการซ่อมแซมอาคารทั้งในเชิงเทคนิคและข้อกฎหมาย

2. มาตรการระยะยาว 

      2.1 กรมโรงงานอุตสาหกรรม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรเร่งดำเนินการสำรวจ ตรวจสอบ และประเมินความเสี่ยงโรงงานทั่วประเทศที่มีวัตถุอันตรายไว้ในครอบครอง รวมทั้งจำกัดปริมาณการครอบครองวัตถุอันตรายที่นำไปใช้ในทางอุตสาหกรรมมิให้อยู่ในระดับที่สูงเกินความจำเป็น หากพบโรงงานที่มีความเสี่ยงหรืออยู่ในสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชุมชนโดยรอบ ขอให้เร่งมีคำสั่งให้ผู้ประกอบกิจการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วนทันที

         2.2 กรมโรงงานอุตสาหกรรม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ควรรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลกลางในระบบออนไลน์ ซึ่งแสดงข้อมูลของโรงงานที่มีการจัดเก็บวัตถุอันตราย แบ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานของโรงงานและวัตถุอันตรายที่ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชน อันเป็นข้อมูลที่จะต้องเปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้ และข้อมูลเชิงเทคนิคของโรงงาน เช่น พิมพ์เขียวหรือแบบแปลนของโรงงาน ชื่อวัตถุอันตราย สถานที่จัดเก็บและวิธีการป้องกันหรือกำจัด ฯลฯ เพื่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือหน่วยงานที่เผชิญเหตุ สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

        โดยหลังจากนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะนำข้อเท็จจริงและความเห็นที่ได้จากการประชุมหารือในวันนี้ รวมทั้งข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องไปใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดแนวทางในการปรับปรุงกฎหมาย กฎ หรือคำสั่ง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานต่าง ๆ จัดทำข้อเป็นเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมรอบด้าน และอำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชนโดยเร็วต่อไป รองศาสตราจารย์อิสสรีย์ กล่าวเพิ่มเติม.


Create 9 July 2021 | Update 10 July 2021
จำนวนผู้อ่านทั้งหมด 103