การแก้ไขปัญหากรณีที่องค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง จังหวัดสระบุรี ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก รุกล้ำที่ดินของผู้ร้องเรียน และเทคอนกรีตทับหลักเขตที่ดินของผู้ร้องเรียน

ผู้ร้องเรียนเป็นเจ้าของที่ดินในพื้นที่ ตำบลกุ่มหัก อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี โดยองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในพื้นที่ได้มีโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความกว้าง 3 เมตร แต่ปรากฏว่า ได้เมื่อก่อสร้างถนนจริงมีความกว้างถึง 3.6 เมตร ตลอดแนว โดยเทปูนโอบเสาไฟฟ้าแรงสูงที่ตั้งอยู่ในแปลงที่ดินซึ่งเป็นที่ดินของผู้ร้องเรียนจำนวน 1 ต้น และได้เทปูนในโครงการทับหลักเขตด้านที่ติดกับถนนสาธารณประโยชน์ตรงมุมทางแยกเข้าซอยสุขนิรันดร์ และหลักเขตที่ข้างเคียงที่ โดยเทปูนรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ที่ดินของผู้ร้องเรียน ความกว้างประมาณ 50 – 70เซนติเมตร ความยาวประมาณ 35 เซนติเมตร และเกิดข้อพิพาทเมื่อมีการนำชี้หลักแนวเขตที่ดินขององค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลกุ่มหัก ไม่ตรงกับความเป็นจริง ชี้แนวเขตของถนนสาธารณะเข้ามาในที่ดินของผู้ร้องเรียน

ต่อมา มีการไกล่เกลี่ยกันระหว่างผู้ร้องเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้ ผู้ร้องเรียนได้รับความเสียหาย ผู้ร้องเรียนจึงร้องเรียนมายังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอให้ตรวจสอบในกรณีดังกล่าว

         จังหวัดสระบุรีชี้แจงข้อเท็จจริงสรุปได้ว่า องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ได้ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดสระบุรี สาขาหนองแค และมีกำหนดการรังวัด โดยได้แจ้งกำหนดการรังวัดให้ผู้ร้องทราบต่อมา องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ ได้แจ้งผลการสอบเขตพบว่า ได้ก่อสร้างถนนคอนกรีตรุกล้ำที่ดินของผู้ร้องเรียน เนื้อที่ 13 ตารางเมตร ซึ่งจะดำเนินการขุดรื้อถอนให้อยู่ในสภาพเดิมต่อไปทั้งนี้ ได้แจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบด้วยแล้ว อนึ่ง กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องการนำชี้หลักแนวเขตที่ดินของ

องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลกุ่มหัก ไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยนำชี้แนวเขตของถนนสาธารณะเข้ามาในที่ดินของผู้ร้องเรียน ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำให้หน่วยงานของรัฐได้รับความเสียหาย ดังนั้น จึงได้แจ้งให้นายอำเภอหนองแคในฐานะผู้กำกับดูแลตามมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พิจารณาตรวจสอบว่าหน่วยงานของรัฐได้รับความเสียหายและมีผู้ต้องรับผิดทางละเมิดหรือจะต้องดำเนินการทางวินัยหรือไม่อย่างไร

ผู้ตรวจกรแผ่นดินได้พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า กรณีร้องเรียนว่าองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ที่ได้ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กรุกล้ำที่ดินของผู้ร้องเรียน และเทคอนกรีตทับหลักเขตที่ดินของผู้ร้องเรียน นั้น จากการแสวงหาข้อเท็จจริง  ปรากฏว่า องค์การบริหารส่วนตำบลดังกล่าวได้ก่อสร้างถนนคอนกรีตรุกล้ำที่ดินของผู้ร้องเรียน เป็นเนื้อที่ 13 ตารางเมตร ซึ่งจะดำเนินการขุดรื้อถอนให้อยู่ในสภาพเดิมต่อไป และได้แจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบด้วยแล้ว

          ต่อมา ผู้ร้องเรียนมีหนังสือมาขอบคุณสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมีเนื้อความว่า “ขอแสดงความขอบคุณที่ได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเป็นที่พอใจ ด้วยการขับเคลื่อนและความอนุเคราะห์อย่างดียิ่ง จากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถ้าไม่มีสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินและเจ้าหน้าที่คอยติดตาม และเป็นหน่วยงานที่คานอำนาจของหน่วยงานรัฐที่เป็นคู่กรณีร่วมขับเคลื่อนคงจะไม่ได้รับการแก้ไขและยุติข้อพิพาทได้ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่รับสายด่วน 1676 มรการพูดคุยเป็นอย่างดี เมื่อมีการโทรขอคำปรึกษามีความกระตือรือร้นและรับฟังเรื่องราวร้องทุกข์พร้อมให้คำแนะนำด้วยความเต็มใจ และมีน้ำใจ และเมื่อมีการโอนสายให้คุยกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรับผิดชอบทางเราก็ได้รับคำตอบเป็นที่พอใจ และเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติงาน และทำให้เรามีความหวังและมีกำลังใจที่จะดำเนินการต่อ

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบพระคุณเป็นอย่างสูงต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินทุกท่าน ที่มีส่วนช่วยเหลือให้ครอบครัวเราได้รับความยุติธรรมและได้รับการแก้ไขจนแล้วเสร็จ”

ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อความเป็นธรรมของแผ่นดิน