กรณี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องละเลยไม่บังคับใช้กฎหมายปล่อยให้ผู้บุกรุกครอบครองที่ดิน ในเขต สปก. ภูเก็ต บริเวณหาดกะรน ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

ผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้ยื่นเรื่องร้องเรียนขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแสวงหาข้อเท็จจริงการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต และเทศบาลตำบลกะรน กรณีไม่ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งได้มีพระราชกฤฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลเชิงทะเล ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง ตำบลกมลา ตำบลกะทู้ ตำบลป่าตอง อำเภอกระทู้ และตำบลเกาะแก้ว ตำบลรัษฎา ตำบลวิชิต ตำบลกะรน ตำบลฉลอง ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2537 อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 53 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สอบสวน สำนักตรวจสอบหน้าที่ของรัฐลงพื้นที่แสวงหาข้อเท็จจริง และประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ต เพื่อประกอบการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตามหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  โดยจากการประชุมร่วมกัน สรุปข้อเท็จจริงได้ว่า

1) มีผู้บุกรุกก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ตได้ทำการสำรวจรังวัด
เพื่อนำมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แต่ยังมิได้จัดให้ผู้ใด ซึ่งผู้ร้องเรียนเป็นผู้มีสิทธิยื่นขอรับ
การคัดเลือกและจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามที่มีการร้องเรียน

2) เพื่อให้มีการเร่งรัดการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชุมจึงได้มีมติให้หน่วยงานต่าง ๆ ประกอบด้วย ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต และเทศบาลตำบลกะรน ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง และขอให้ผู้ร้องเรียนดำเนินการยื่นขอรับการคัดเลือกและจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต และรายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินทราบต่อไป

3) ผู้ร้องเรียนได้โทรศัพท์ประสานเจ้าหน้าที่สอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวนแจ้งว่า ผู้ร้องเรียนได้ดำเนินการยื่นคำขอรับการคัดเลือกและจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ต่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ตแล้ว โดยขอกระจายสิทธิการถือครองที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่บุตรสาวผู้ร้องเรียน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต

4) ผู้ร้องเรียนได้ยื่นคำขอสละการถือครองที่ดินในพื้นที่ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ในที่ดิน ซึ่งผู้ร้องเรียนเป็นผู้ถือครองที่ดินของรัฐ ในที่ดินแปลงที่ 1 กลุ่มที่ 447 เนื้อที่ 23 ไร่ 97 ตารางวา ตามที่ได้มีการร้องเรียน และกระจายสิทธิการถือครองที่ดินให้แก่บุตรสาว โดยบุตรสาวผู้ร้องเรียนได้ยื่นคำขอรับการคัดเลือกและจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมต่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ตแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ ทั้งนี้ ในการดำเนินการให้ผู้บุกรุกรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินนั้น สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ตได้มีหนังสือแจ้งนายกเทศมนตรีกะรน ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปแล้ว หากผลการดำเนินการเป็นประการใด สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ตจะได้รายงานให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินทราบต่อไป

                  ต่อมา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (นายทิฆัมพร ยะลา) และคณะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นที่ร่วมประชุมกับจังหวัดภูเก็ต ส.ป.ก. ภูเก็ต และเทศบาลตำบลกะรน ตำรวจภูธรกะรน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามผลการดำเนินการ ภายหลังการประชุม มีงมติที่ประชุมสรุปได้ดังนี้ คือ

1.) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ได้ชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติแล้วว่าที่ดินพิพาทดังกล่าวเป็นของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จังหวัดภูเก็ต ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการมีหนังสือไปถึงเทศบาลตำบลกะรน เพื่อแจ้งให้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินพิพาท          ให้เรียบร้อยแล้ว

2.) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ตได้แจ้งไปยังเทศบาลตำบลกะรน เพื่อยืนยันว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของรัฐที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต โดยยังไม่ได้มีการจัดสรรให้บุคคลใดเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน และขอให้เทศบาลตำบลกะรน ดำเนินการรื้อถอนอาคารหรือดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปตามกฎหมายตามมติที่ประชุมดังกล่าว

3.) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษกับสถานีตำรวจภูธรกะรน เพื่อดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ดินของรัฐที่เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม      (ส.ป.ก.) ในที่ดินแปลงเลขที่ 1 กลุ่ม 447 ซึ่งเป็นที่ดินพิพาทดังกล่าว

4.) (ผู้ร้องเรียน) ได้ดำเนินการยื่นคำขอกระจายสิทธิการถือครองในมี่ดินแปลงดังกล่าว จำนวน 23 ไร่ ให้แก่บุตรสาวผู้ร้องเรียน และบุตรสาวได้ยื่นคำขอรับการคัดเลือกและจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ต่อมา สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติกับส่วนราชการ รวมทั้งได้บันทึกถ้อยคำของกำนันตำบลกะรน ซึ่งการตรวจสอบคุณสมบัติทั้งหมด มีผลตรวจสอบที่ตรงตามคุณสมบัติ      ที่สามารถรับการจัดที่ดินของ ส.ป.ก. ได้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ตจึงมีประกาศผลการพิจารณาอนุญาตให้เกษตรกรรมผู้ขอรับการจัดที่ดินได้รับการจัดให้เข้าทำประโยชน์ ให้กับบุตรสาวผู้ร้องเรียนเป็นผู้ได้รับการจัดที่ดินแปลงดังกล่าว

จากการประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ชี้แจงว่า ผู้มีสิทธิรับเข้าทำประโยชน์ดังกล่าว จะต้องดำเนินการฟ้องขับไล่ตามกฎหมายกับผู้ไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาทในลำดับต่อไป

                  ทั้งนี้ เรื่องร้องเรียนนี้  ถึงแม้ว่าผู้ร้องเรียนจะร้องขอให้บังคับตามหมวด 5 หน้าที่รัฐ ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตามมาตรา 53 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560     ซึ่งภายหลังจากการแสวงหาข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียนแล้ว ปรากฏว่าเป็นเรื่องร้องเรียนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 มาตรา 22 (2)  ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า “ผู้ตรวจการแผ่นดินถือเสมือนเป็นโซ่ข้อกลางในการเข้าไปแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขความทุกข์ร้อน ความไม่เป็นธรรม ให้กับประชาชนอย่างแท้จริงและอย่างเหมาะสมต่อไป”.